อดีตผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด “แกรี่ เนวิลล์” ทีมในศึก พรีเมียร์ลีก

อดีตผู้เล่นของแมนเชสเตอร์

อดีตผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ แกรี่ เนวิลล์ ถึงแม้ว่าในตอนครึ่งฤดูกาลแรก ทีมปีศาจแดง นั้นจะมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยเป็นประจำเท่าไรนัก ทำให้พวกเขาร่วงลงไปอยู่ในโซนกลางตารางอยู่ตอนหนึ่ง แต่ว่าเมื่อมีการดึงตัว บรูโน่ แฟร์นันเดส กองกลางตัวทำเกมมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ทีมสามารถกลับมาทำผลงานได้ดีขึ้นและก็กลับมารั้งอันดับ 5 ของตารางก่อนที่จะต้องหยุดพักการแข่งขันด้วยเหตุว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19

อดีตผู้เล่นของแมนเชสเตอร์

เนวิลล์ มั่นใจว่า ยูไนเต็ด กำลังเดินไปในแนวทางที่ถูก แล้วก็มั่นใจว่าถ้าหากในตอนซัมเมอร์นี้มีการเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลที่กับทีมได้ราว 3-4 รายจะมีผลให้พวกเขากลับมามีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อีกทีอย่างไม่ต้องสงสัย

บางครั้งอาจจะพบว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะรักษาระดับของค่าตัวนักฟุตบอลและก็ค่าเหนื่อยให้ต่ำลงเหมือนที่พวกเขาอยากได้ได้ แม้กระนั้นผมรู้สึกว่าพวกเขาอาจไม่มีอะไรที่จำต้องเป็นห่วงมากสักเท่าไรนักในตอนตลาดจำหน่ายซัมเมอร์นี้ สมัยก่อนแบ็คขวา ปีศาจแดง กล่าวกับ สกายสปอร์ต

มันจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆพวกเขาศึกษาค้นพบฟอร์มการเล่นของตนเองแล้ว และไม่ว่าจะตามหลัง ลิเวอร์พูล ถึง 30 แต้มอยู่ก็ตาม แต่ว่าผมเชื่อถือว่าพวกเขาจะกลับมาลุ้นแชมป์ได้ในซีซั่นหน้า

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : sanook

กองกลางตัวรุกของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เผย พรีเมียร์ลีกไม่ควรกลับมาแข่งขันกันต่อ

มานูเอล

มานูเอล ลานซินี่ มิดฟิลด์จอมพลิ้วของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กลายเป็นนักเตะคนล่าสุดที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับ การกลับมาแข่งขันของศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

มานูเอล ลานซินี กองกลางของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ออกมาชี้ชัดว่า พรีเมียร์ลีกไม่สมควรกลับมาแข่งขันต่อ ถ้าหากยังไม่มีวัคซีนรักษาโควิด-19 อย่างเป็นทางการ

พรีเมียร์ลีก เลื่อนการแข่งขันออกไปเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว โดยที่ยังไม่มีผลสรุปกระจ่างว่าจะกลับมาลงแข่งขันกันได้อีกครั้งเมื่อใด

อย่างไรก็ดี มีนักเตะบางคนเริ่มออกมากล่าวถึงการกลับมาลงเตะว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้นักฟุตบอลติดเชื้อไวรัสกันเอง ซึ่งล่าสุด จอมบุกชาวอาร์เจนติน่าชี้ว่า

สำหรับผม มันคงจะเกิดเรื่องที่บ้ามากมาย ถ้าเกิดพรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งขันต่อโดยที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน นักฟุตบอลต้องการลงสู่สนามแน่ๆ แต่ว่าคุณจะต้องป้องกันผู้อื่นด้วย ถ้าเกิดถามผม ผมยังไม่ต้องการที่จะอยากเริ่มแข่งขันเดี๋ยวนี้หรอก

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : sanook

เควิน เดอ บรุน กองกลางคนสำคัญของ เรือใบสีฟ้า

เรือใบสีฟ้า

กำลังจะกลับมาอีกครั้งในช่วง กลางเดือน พ.ย. นี้

เรือใบสีฟ้า วันที่ 4 เดือนพฤษภาคม สปอร์ต สื่อกีฬาโด่งดังของประเทศสเปน เปิดเผย “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง และก็ “อสุรกายแดง”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเพียงแค่ 2 ชมรมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีศักภาพพอเพียงที่จะคว้าตัว เควิน เดอ บรุน มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียมของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปร่วมทีม

ดังนี้ เดอ บรุน เพิ่งจะออกมาเห็นด้วยเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ว่าตนบางทีอาจพินิจพิเคราะห์ที่จะย้ายออกจากทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากสังกัดเดิมขออุทธรณ์ไม่ผ่าน กรณีถูกสมาพันธ์บอลยุโรป (ยูฟ่า)

ลงทัณฑ์ฐานกระทำความผิดอย่างหนักต่อกฎควบคุมการคลัง (ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์) ซึ่งจะก่อให้โดนห้ามแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2 ปี ซึ่งปัจจุบัน สปอร์ต กล่าวว่า หงส์แดง กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเพียงแค่ 2 กลุ่มจากพรีเมียร์ลีกที่มีประสิทธิภาพดีพอที่จะคว้า เดอ บรุน ได้ อย่างไรก็ตามทั้งยัง 2 กลุ่มบางทีอาจพบคู่ปรปักษ์จากลีกอื่นอย่าง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิก และก็ ยูเวนตุส โดยเชื่อกันว่าเขามีค่าตัวในตอนนี้มากถึง 150 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 6,000 ล้านบาทอย่างยิ่งจริงๆ

สำหรับ เดอ บรุน วัย 28 ปี ย้ายจากกลุ่มโอ้อวดล์ฟบวร์กมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตอบแทน 55 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,229 ล้านบาท) ช่วยเรือใบสีฟ้าได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปแล้ว 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และก็ ลีก คัพ อีก 4 สมัย ส่วนผลงานฤดูนี้ยังดุเดือด ซัดไปแล้ว 8 ประตู กับอีก 17 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : thairath

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

แมนเชสเตอร์ ผมไม่เคยแน่ใจว่าจะได้เล่นใน  ประเทศอังกฤษ  แต่เมื่อตัดสินใจว่าจะทำแบบนั้น ในใจของผมชัดเจนมากว่ามีเพียงทีมเดียวที่ผมจะลงเล่นให้

ยูไนเต็ด

นั่นคือทีมที่ผมอยากสาดแสงโดดเด่นด้วย นั่นคือทีมที่เข้ากันกับผม

แน่นอนผมรู้เรื่องราวของยูไนเต็ด คนที่ไม่รู้เรื่องราวของยูไนเต็ดคือพวกที่ไม่เคยได้ยินว่าฟุตบอลคืออะไร ทุกคนที่รู้จักฟุตบอลรู้ว่ายูไนเต็ดคือใคร ผมจำได้เคยดูการแข่งขันของพวกเขา แน่นอนผมจำได้เมื่อปี 1999 ในเกมที่เตะกับบาเยิร์น มิวนิค นัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกที่เครซี่นัดนั้น ผมจำได้ว่า เท็ดดี้ เชอริงแฮมลงมาแล้วทำประตูได้ โซลชาร์ยิงได้ จากที่กำลังจะแพ้เสียถ้วยกลายเป็นกลับมาได้ชูถ้วยในเวลาไม่กี่นาที แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่ปี 1999

ก่อนย้ายมาอยู่กับยูไนเต็ด ผมลงเล่นให้ทีมชั้นนำมากมายที่คุณจะรู้สึกถึงแรงกดดัน คุณต้องโชว์ฟอร์มให้ได้ ต้องช่วยทีมเก็บผลการแข่งขัน มิเช่นนั้นจะมีคนอื่นย้ายเข้ามาแล้วทำหน้าที่นั้นแทน

แต่ผมชอบสิ่งนั้น ผมรู้สึกชิลมากในสถานการณ์แบบนั้น ผมโคตรชอบ มันทำให้ผมรู้สึกกระหายกับการที่รู้ว่าผมต้องเค้นฟอร์มออกมา ต้องโชว์ผลงานให้ได้ รู้ว่าต้องเตรียมตัว ต้องซ้อม และต้องพร้อม

คุณต้องคิดทุกอย่างให้รอบด้าน ไม่ใช่มัวมาคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะเป็นแบบนี้ ถ้ามัวแต่โฟกัสกับสิ่งหนึ่งก็จะล้มเหลวในสิ่งอื่น เรื่องพวกนี้มาเป็นแพ็กเกจและผมก็ชอบมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกเวลาอยู่บนจุดสูงสุด เวลาที่คุณประสบความสำเร็จในสถานการณ์แบบนั้น ความรู้สึกมันยิ่งเจ๋งขึ้นไปอีก

การย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ดถือเป็นเรื่องใหญ่ พอย้ายไปผมก็พยายามสร้างอิมแพ็คต์ทันที มันสำคัญมากเพราะคุณมาพร้อมกับแรงใจเต็มเปี่ยม มีความกระหายในตัวเต็มเปี่ยม แต่ยังมีกรณีของความคาดหวังและความกดดันด้วย

แม้มันจะเป็นแค่เกมกระชับมิตรแต่คุณก็ต้องทำให้ได้ คุณต้องปรับตัวเข้ากับทีมโดยเร็วที่สุด เวลาที่ย้ายไปเล่นให้สโมสรใหญ่แบบนั้น ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะใจเย็นรอให้คุณปรับตัวได้นานแค่ไหน คุณต้องทำให้ได้โดยเร็วที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำ ผมพยายามทำงานของตัวเอง ยังต้องปรับตัวเข้ากับทีม ปรับตัวเข้ากับปรัชญาของโค้ชและสโมสร ซึ่งผมไม่มีปัญหากับเรื่องพวกนั้นเลยเพราะผมเป็นมืออาชีพ ผมชอบทำงาน ผมฟังคำสั่ง และพยายามทำเรื่องที่ผมคิด…ผมรู้…ว่าผมทำได้ดี ผมพยายามช่วยทีมด้วยวิธีที่ดีที่สุด
แต่ก็นั่นละ พวกก็ยังพล่ามกันไป ทำเหมือนกับรู้เรื่องทุกอย่าง
ความท้าทายของผมคือในวัยนั้นและต้องย้ายไปเล่นในอังกฤษ หลายปีดีดักทุกคนพากันพูดว่าผมดีไม่พอ พูดห่าเหวอะไรพวกนั้น ผมชอบนะเพราะมันช่วยกระตุ้นผม พวกเขามอบอะดรีนาลีนให้กับผม หลังผ่านไปสามเดือนแม่งกลืนน้ำลายตัวเองกันหมด ขอ Haters หน้าใหม่หน่อย ไอ้พวกหน้าเก่ากลายเป็นแฟนบอลของผมหมดแล้ว!

โอ้ อีกอย่างนะ พวก แฟนบอลยูไนเต็ด เนี่ย… พวกเขาสุดยอดมาก ผมไม่ได้พูดแบบนี้เพราะผมเคยลงเล่นให้ยูไนเต็ด ตอนนี้ผมรู้แล้วเพราะผมเคยอยู่ฝั่งเดียวกับพวกเขา ผมรู้ความรู้สึกที่พวกเขามอบให้ ผมไม่ต้องไปเลียก้นใครแต่แฟนบอลสุดยอดมาก ผมจำได้เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก ของผมที่ออกไป เยือนบอร์นมัธ ผมทำประตูได้และแฟนบอลก็ร้องเพลงของผมนาน 45 นาที ผ่านไปได้สัก 20 นาทีผมนี่แบบ: ทุกคน ใจเย็น ฟอร์มนัดนี้ยังไม่สุดเลย รอให้โชว์โหดก่อน รอก่อน!
ในใจผมนี่แบบ: เชี่ย แม่งสุดยอดเลยว่ะ!
พวกเขาชื่นชมในสิ่งที่ผมทำและพวกเขาก็ปลื้มใจกันมาก นั่นคือเครดิตที่ดีที่สุดที่นักเตะจะได้รับ เพราะเวลาที่คุณทำอะไรบางอย่างแล้วได้รับการตอบรับจากแฟนบอล มันคือสิ่งที่น่าทึ่ง พวกเขาคือ 50% ของทุกอย่างที่เราทำ ลองนึกภาพการเล่นในสนามที่ไม่มีคนดูสิ… คุณคงไม่อยากเล่นหรอก ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดสนามเต็มตลอด จริง ๆ นะ พวกเขาเข้ามาดูกันทุกเกม คอยให้กำลังใจพวกเราอยู่ตลอด

เมื่อได้รับการสนับสนุนแบบนั้น มันทำให้คุณมอบบางอย่างคืนกลับไปให้พวกเขามากขึ้น เราติดหนี้พวกเขา นั่นคือสิ่งที่ช่วยกระตุ้นผม ตลอดทั้งฤดูกาลเลย มันไม่ใช่แค่การคว้าถ้วยรางวัลแม้คุณจะต้องการสิ่งนั้นก็ตาม

ผมจำได้ตอนเดินออกจากอุโมงค์ที่สนามเวมบลีย์ในการแข่งขันลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศและได้เห็นแฟนบอลสวมเสื้อยูไนเต็ดอยู่เต็มไปหมด แล้วก็เสียงเชียร์ด้วย… ว้าว
อย่างที่ผมบอกว่ามันกระตุ้นผม มันทำให้ผมเล่นได้
ในวันนั้น ผมยิงไปสองประตูและเราคว้าถ้วยมาได้
อย่างที่ผมบอกว่าเราจะทำได้

ผมคว้าแชมป์กับทุกทีมที่ผมย้ายไปอยู่ด้วยก่อนยูไนเต็ด ผมยินดีมากที่มันเกิดขึ้นอีกครั้งในประเทศอังกฤษ การคว้าแชมป์อยู่ในดีเอ็นเอของผม ผมต้องการสิ่งนั้น มันคือหลักความคิดของผม ผมเกลียดการพ่ายแพ้ ผมไม่ใช่ Bad Loser แต่ผมเกลียดมัน ผมรักการคว้าชัยชนะ ผมพูดเอาไว้ว่าเราจะได้แชมป์และเราก็ได้แชมป์สองรายการสำคัญ เรื่องนี้ตอบแทนทุกอย่างแล้ว

ฤดูกาลแรกกับยูไนเต็ดนั้นมหัศจรรย์มาก มหัศจรรย์ทุกอย่างเลย ผมมีความสุขมาก ครอบครัวของผมมีความสุข ทุกคนมีความสุข สโมสรดูแลผมและทำให้ทุกอย่างง่ายไปหมด ผมแค่ต้องไปปรากฎตัวที่สนาม สวมสตั๊ดและทำผลงานออกมา

ตอนเป็นเด็ก ผมมีภาพที่คิดเอาไว้ว่าอยากให้ชีวิตเป็นอย่างไร คุณไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่ผมมีความฝัน ผมมีความต้องการและขีวิตของผมก็ได้กลายไปเป็นแบบนั้น หลายอย่างพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหากคุณต้องการคุณก็จะได้มันมา คุณจะทำสำเร็จ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคุณ หากคุณไม่ทำงานเพื่อสิ่งนั้นคุณก็จะไปไม่ถึงเป้าหมาย มันคือหลักความคิดของผม ผมชอบความกดดันแบบนั้นเพราะผมเคยพูดมาก่อนว่าผมจะทำเพราะผมเชื่อในสิ่งนั้น ผมรู้ว่าผมทำได้

แหล่งที่มา soccersuck

วินิจฉัยโมฆะ จากก้นบึ้งหัวใจพรีเมียร์ลีก

วินิจฉัยโมฆะ จากก้นบึ้งหัวใจพรีเมียร์ลีก

วินิจฉัยโมฆะ จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา (โควิด-19) ที่ร้ายแรงขึ้นทำให้เมื่ออาทิตย์ก่อนหน้านี้ ทางพรีเมียร์ลีก ออกมายืนยัน การแข่งขันจะยังไม่กลับมาเตะกันในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่ว่าจะกลับมาเริ่มชิงชัยตามโปรแกรมที่เหลืออีกทีเมื่อมีความปลอดภัยเท่านั้น

ซึ่งเรื่องนี้ ทอล์คสปอร์ต สื่อดังเมืองผู้ดี ได้มีโอกาสถามความคิดเห็นจาก ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวเก่งของ “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง ถ้าว่าทางพรีเมียร์ลีก จะประกาศให้การชิงชัยฤดูนี้เป็นโมฆะ ในขณะที่สังกัดเดิมมีคะแนนทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ถึง 25 คะแนน

โดยจอมบุกทีมชาติเซเนกัล เปิดเผยว่า “ผมรู้สึกว่ามันยังไม่จบ ผมรักงานของผม รวมทั้งรักฟุตบอล ผมต้องการชนะ และก็อยากเป็นแชมป์ นั่นคือสิ่งที่ผมรัก”

“อย่างไรก็ตามกับเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมเข้าใจได้ มันเกิดเรื่องทำใจได้ยากสำหรับ หงส์แดง แต่ว่าผู้คนหลายล้านทั่วทั้งโลกจำต้องพบกับสิ่งที่ลำบากกว่า บางคนจำเป็นต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัว และนั่นก็เกิดเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งกว่า”

“อย่างไรก็ตามสำหรับผม มันเป็นความฝัน ผมก็ต้องการครองแชมป์ในปีนี้ แต่ถ้าหากมันไม่เป็นแบบนั้น ผมก็จะยอมรับมันว่าเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของชีวิต และหวังว่าพวกเราจะสามารถทำมันได้อีกในปีถัดไป” มาเน่ เปิดใจ

แหล่งที่มา sanook

อนาคต แมนยูไนเต็ดคิดทาบอุมติตี้ร่วมทัพซัมเมอร์นี้

อนาคต แมนยูไนเต็ดคิดทาบอุมติตี้ร่วมทัพซัมเมอร์นี้

อนาคต แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังวางแผนที่จะทาบทาม ซามูแอล อุมติตี้ กองหลัง บาร์เซโลน่า มาร่วมทัพแบบจริงจังในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

อนาคตของ อุมติตี้ กับ บาร์เซโลน่า เต็มไปด้วยความไม่เที่ยงมาพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่เขามักจะโดนอาการบาดเจ็บตามรบกวนอยู่บ่อยๆและมีผลต่อการทำให้เขาไม่ได้เป็นตัวหลักของกลุ่มอีกต่อไป โดยซีซั่นนี้เจ้าตัวพึ่งจะได้ลงเล่นในลีกไป 11 เกม และในจำนวน

นั้นก็เป็นในฐานะตัวจริง 9 นัดถึงแม้ว่า อาร์เซน่อล จะให้ความสนใจในตัว อุมติตี้ เช่นกัน แต่ สปอร์ต บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จริงจังกับการล่าตัวดาวเตะชาวฝรั่งเศสมากกว่า โดยฝั่ง “ปีศาจแดง” กำลัง

ต้องการเซนเตอร์แบ็กที่ถนัดเท้าซ้าย เพราะเชื่อว่าคนแบบนั้นจะรับบทบาทเซนเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายได้ดี ขณะที่ทั้ง แฮร์รี่ แม็กแกว่งร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, เอริก ไบยี่ และ ฟิล โจนส์ 4 กองหลังในทีมชุดใหญ่ของพวกเขา ต่างก็เป็นพวกที่ถนัดเท้าขวากันทั้งหมด

สปอร์ต เสริมว่า กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า พร้อมที่จะปล่อย อุมติตี้ ออกจากทีม ถ้าหากได้ค่าตัวที่เหมาะสม แม้ว่าส่วนตัวแล้ว เซเตียน จะชอบลูกทีมรายนี้มากๆก็ตาม โดย บาร์เซโลน่า เคยจ่ายเงินไป 25 ล้านยูโร (ประมาณ 875 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว อุมติตี้ มาจาก โอลิมปิก ลียง เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2016

แหล่งที่มา siamsport